• ตุลาคม 13, 2021

Eurotophobia

Eurotophobia

ทีแรกที่ได้ยินชื่อโรคความกลัวประเภทนี้ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่ามันมีจริง ๆ เหรอ? “Eurotophobia” คืออาการความกลัว ความเกลียดชัง หรือไม่ชอบอวัยวะเพศหญิง! แล้วโรคนี้มันมีที่มาอย่างไร?

ภาวะของความกลัวหรือเกลียดชังอวัยวะเพศหญิงนั้นอาจมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางอย่าง หรือการที่บุคคลคนนั้นได้เรียนรู้จากการถูกตำหนิอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่สวยงามและทัศนคติที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิงในช่วงวัยเด็ก พูดง่าย ๆ ก็คืออาการกลัวหรือเกลียดอวัยวะเพศหญิงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่เพศตรงข้ามเท่านั้น แต่สำหรับผู้หญิงบางคนเองก็ไม่ชอบอวัยวะเพศของตัวเองเช่นเดียวกัน

ในบางครั้ง Eurotophobia อาจเป็นผลกระทบที่เกิดจากการรับรู้เกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิง โดยปรากฏการณ์นี้ยังพบเห็นได้ในนักศึกษาแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสาขาสูติศาสตร์ หรือศัลยศาสตร์เฉพาะทางที่เกี่ยวกับการดูแลผู้หญิงและทารกระหว่างการตั้งครรภ์, การคลอด และระยะหลังคลอด

จนอาจนำไปสู่อาการต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่เคร่งครัด หรือเคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีในความทรงจำ เช่น ถูกขืนใจโดยผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่จนพัฒนาเกิดเป็นอาการ Eurotophobia

ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีความกลัวอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โรคกลัวการมีเพศสัมพันธ์ (Genophobia) โดยผู้ที่มีอาการดังกล่าว หลายคนสามารถเริ่มต้นกิจกรรมโรแมนติกอื่น ๆ ที่สามารถใกล้ชิดกันได้ เช่น กอด จูบ แต่ทุกอย่างจะมีความกลัวเข้ามาทันทีเมื่อเริ่มการมีเพศสัมพันธ์ จนความกลัวเป็นอุปสรรคต่อการร่วมเพศ ส่งผลทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวในเพศชาย หรือปากช่องคลอดไม่เปิดในเพศหญิง

สาเหตุของความกลัวนั้นอาจเกิดมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัวที่มีความเคร่งครัดในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นควรมีหลังแต่งงานเท่านั้น จนทำให้เกิดการปลูกฝังความกลัวตั้งแต่เด็ก ๆ แต่หารู้ไม่ว่าสำหรับผู้หญิงบางคนแล้วนั้นกลับมีความทุกข์เมื่อต้องเผชิญหน้าในสถานการณ์จริงเกี่ยวกับเรื่องบนเตียง

ซึ่งเรื่องนี้เองในยุคปัจจุบันก็เคยมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์เช่นเดียวกัน เช่น การคุยเรื่องเซ็กส์น่าจะเป็นเรื่องที่คุยกันได้ในเดทแรก หรือวันแรกที่กำลังจะเริ่มความสัมพันธ์กับใครสักคน เพราะถ้าหากว่าทั้งคู่มีความชอบหรือรสนิยมเรื่องเซ็กส์ไปในทิศทางเดียวกันมันก็อาจจะไม่มีปัญหากันหลังแต่งงานไปแล้วก็ได้

ซึ่งมันผิดกันกับความคิดอีกรูปแบบหนึ่งที่บอกว่าควรมีเพศสัมพันธ์กันหลังแต่งงานเท่านั้น ความคิดนี้อาจจะส่งผลกระทบสำหรับบางคู่ เพราะว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติเรื่องบนเตียงขึ้นมาจริง ๆ ทั้งคู่กลับไปไม่เป็นเพราะไม่มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์มาก่อน จนบางคู่ถึงขั้นต้องเลิกรากันไปเพราะเซ็กส์ไปกันไม่ได้เลยก็มี! เพราะเรื่องเซ็กส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่นั่นเอง

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่บอกได้ว่าการเรียนรู้การมีเซ็กส์ก่อนแต่งงาน อาจทำให้ทั้งคู่มีความเข้าใจกันและกันมากขึ้น และสามารถตัดสินใจได้ว่าจะสามารถสานสัมพันธ์ไปต่อได้หรือไม่?

ดังนั้นพ่อแม่สมัยนี้บางครอบครัวอาจจะเปิดใจในเรื่องนี้มากขึ้น เมื่อลูกถึงเวลาที่เขาจะต้องรับรู้เรื่องแบบนี้พ่อแม่จะเปิดใจสอนเขา ไม่ห้ามลูกให้มีแฟน แต่จะคอยทำความรู้จักแฟนของลูกมากขึ้น ให้คำชี้แนะเขาและคอยเป็นเหมือนครูสอนเพศศึกษาให้กับลูก ต้องทำความเข้าใจลูก เวลาเห็นลูกเอามือไปสัมผัสหรือเล่นอวัยวะเพศของตัวเองอย่าได้ไปตีลูก แต่ให้พยายามเบี่ยงเบนความสนใจลูกแทน พ่อแม่ควรสอนเรื่องเพศว่าเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อถึงวัยที่เหมาะสมของเขา

สำหรับแอดเองเชื่อว่าถ้าหากเราสอนลูกได้แบบนั้น ลูกจะไว้เนื้อเชื่อใจเรา และกล้าที่จะปรึกษา กล้าเปิดใจ และเปิดอกพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่อง เสมือนว่าทำทั้งหน้าที่พ่อแม่ และเพื่อนของเขาไปด้วย หากใครที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนให้กับเขา หรือเปิดใจคุยเรื่องเพศกับลูกได้เมื่อถึงวัยที่เหมาะสม สามารถเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือแชร์เรื่องราวของคุณได้เลยครับ

สุดท้ายนี้แอดก็ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุขมาก ๆ นะครับ ในบางครั้งการที่ลูกของเราให้ความไว้ใจ กล้าปรึกษาเราได้ทุกเรื่องที่ลูกสบายใจ และภาคภูมิใจในตัวเรา แค่นี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงมีความสุขแล้วจริง ๆ

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวEurotophobia น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> markomimica

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *