• กรกฎาคม 22, 2021

AstraZeneca

AstraZeneca

WORLD: วัคซีน AstraZeneca กู้เมืองผู้ดีจากโควิด

หลังอังกฤษเลิกใส่หน้ากาก และกลับมาเปิดไนท์คลับอีกครั้ง

.

19 กรกฎาคม 2021 เป็นวันที่คนไทยจำนวนมากกำลังง่วนกับการจัดการสารพัดสิ่งให้พร้อมกับการยกระดับล็อกดาวน์สู้โควิดในวันรุ่งขึ้น

.

แต่วันเดียวกันนี้ คนอังกฤษสามารถถอดหน้ากากในที่สาธารณะได้ และคนอีกไม่น้อย

ก็กลับเข้าไปเต้นในไนท์คลับได้เป็นครั้งแรกในรอบปีกว่า หลังจากที่ไนท์คลับถูกสั่งปิดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 (แน่นอนว่ารัฐบาลอังกฤษเยียวยาเป็นอย่างดี แต่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

.

จะบอกว่า นี่คือวันที่ชาวอังกฤษประกาศชัยชนะเหนือโควิดก็ได้

.

และความน่าสนใจก็คือ อังกฤษเป็นชาติแรกๆ ที่ “เอาชนะ”

โควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ โดยที่แทบไม่ใช้วัคซีน mRNA เลย

.

จุดนี้หลายคนอาจเถียงว่าอังกฤษนั้นอนุมัติวัคซีน mRNA ตั้งนานแล้ว นั่นเป็นความจริง

แต่ไปดูตัวเลขในรายละเอียด เราจะพบว่าจริงๆ วัคซีนหลักที่ฉีดในอังกฤษที่คิดเป็น 70-80%

ของวัคซีนที่ฉีดทั้งหมด คือ AstraZeneca ทั้งนั้น

.

ถ้าดูตัวเลขการฉีดวัคซีน เราจะพบว่าคนอังกฤษฉีดวัคซีนเข็มแรกไปเกือบ 90% แล้ว และฉีดเข็มที่ 2 เกือบ 70% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ (ชาติยุโรปส่วนใหญ่ฉีดเสร็จสิ้นไปประมาณ 40% ส่วนทำไมฉีดต่างกันได้ขนาดนี้ หาคำตอบได้ที่บทความนี้: www.brandthink.me/content/uk-astrazeneca/

)

.

ซึ่งก็ไม่แปลก หากฉีดกันมากขนาดนี้ ก็ควรจะมาถึงจุดที่ชิลล์แล้ว เพราะทุกฝ่ายก็รู้ว่าการล็อกดาวน์ตลอดไปทำไม่ได้ รัฐก็อุ้มธุรกิจไม่ไหว (ส่วนรัฐที่ไม่เห็นหัวประชาชนและภาคธุรกิจเล็กน้อยอาจคิดอีกแบบ)

.

ส่วนถ้ามาดูตัวเลขผู้ป่วย สิ่งที่อยากจะเน้นคือ “ตัวเลขผู้ป่วย” ของอังกฤษเยอะกว่าไทย

ทุกวันนี้การพบผู้ป่วยหลักหมื่นของไทยคือ New Normal แล้ว แต่ในอังกฤษ

ยอดผู้ป่วยทะลุไปไกลกว่านั้นนานแล้ว และวันแรกที่คลายล็อกดาวน์

อังกฤษตรวจเจอคนเป็นโควิด 40,000 คน จากการตรวจประมาณวันละ 1,000,000 คน

.

แต่อังกฤษก็ยังชิลล์ เพราะตัวเลขอยู่ขาลงนานแล้วและลงเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ที่ติดโควิดไม่ใช่คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เพราะฉีดไปทั้งประเทศแล้ว ประเด็นคือ ถึงติดไปก็ป่วยไม่หนัก ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล

พูดง่ายๆ หลังจากได้รับ AstraZeneca แล้วมีภูมิคุ้มกัน สามารถทำให้คนส่วนใหญ่ทรีตโควิดเหมือนเป็น

 “ไข้หวัดธรรมดา” คือกินพาราฯ นอนอยู่บ้าน ไม่เกินอาทิตย์ก็หาย

.

เรียกว่าคนอังกฤษไม่ได้ “ตื่นเต้น” ว่าฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิด เพราะนั่นเป็นเรื่องปกติ ประเด็นคือมันไม่ป่วยระดับต้องล้มหมอนนอนเสื่อต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

.

และสิ่งที่ยืนยันได้ดีกว่าคือ ‘ตัวเลข’ เพราะในอังกฤษ ตรวจเจอวันละ 40,000 เคสก็จริง

แต่คนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลมีแค่ราวๆ 700 คน และคนที่ตายจากโควิดนั้นมีตกวันละ 40 คนเท่านั้น

ซึ่งตัวเลขผู้ตายนี้ เรียกได้ว่าน้อยกว่าเมืองไทยมาก ทั้งๆ ที่ตรวจพบคนเป็นโควิดมากกว่าไทยเกือบ 4 เท่าตัว

.

BrandThink อยากเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็เพราะไทยน่าจะใช้AstraZeneca เป็นวัคซีนหลัก และถ้าฉีดไปได้ในวงกว้างเท่าอังกฤษ เราก็น่าจะชิลล์ได้เหมือนกัน

.

หากประเมินแบบกลางๆ แล้ว ราวกลางปีหน้า ที่เราจะเข้าไปดิ้นในผับแบบไม่ต้องใส่หน้ากากแบบคนอังกฤษได้

และตอนนั้น เราก็คงไม่ได้ต่างจากอังกฤษนัก คือไม่ได้ตื่นเต้นแล้วว่าคนฉีดวัคซีนแล้วจะติดโควิดได้หรือไม่ เพราะถึงติดเชื้อ ก็จะหายเองได้ภายในสัปดาห์เดียวเป็นส่วนใหญ่

.

ทั้งนี้ แม้ว่าอังกฤษจะยุติล็อกดาวน์และเลิกบังคับให้คนใส่หน้ากากแล้ว แต่รัฐก็ยัง “แนะนำ” ให้คนใส่หน้ากากอยู่ ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ก็ไม่ได้เหมือนกันเป๊ะทั้งเกาะบริเตน

.

เช่นในสกอตแลนด์คลายล็อกดาวน์แล้วก็จริง แต่ไนท์คลับยังไม่เปิด ส่วนในเวลส์นั้นก็จะคลายล็อกดาวน์กัน ต้นเดือนสิงหาคม 2021 โน่นเลย

.

หวังว่าคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนAstraZeneca ตามที่รัฐบาลให้คำมั่น และรัฐบาลจะไม่ฉีกคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเหมือนฉีกกระดาษทิชชูเหมือนที่แล้วมา

.

ถ้าโควิดไม่เลวร้ายกว่านี้ กลางปีหน้าเราคงได้ใช้ชีวิตแบบปกติที่เคยเป็น

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวAstraZeneca น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> markomimica

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *