• มกราคม 18, 2022

แอนน์ แฟรงค์

แอนน์ แฟรงค์

นักวิจัยใช้ AI และอัลกอริทึม ช่วยวิเคราะห์จนเจอผู้ต้องสงสัยที่ทรยศ ‘แอนน์ แฟรงค์’ ในสงครามโลกครั้งที่สอง
.
ใครหักหลัง แอนน์ แฟรงค์? คือคำถามที่ผู้คนทั่วโลกสงสัยมาอย่างยาวนาน เมื่อหญิงสาวชาวยิว ผู้เขียนบันทึกช่วงการซ่อนตัวจากนาซี ได้แอบซ่อนตัวอยู่ภายในที่พักลับๆ แต่อยู่มาวันหนึ่ง เธอและครอบครัวก็ถูกนาซีเข้ามาจับตัวไปได้
.
เรื่องราวของแอนน์ แฟรงค์ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ
ในฐานะบันทึกของเด็กสาวที่ต้องอยู่ภายใต้การหลบหนีนาซี ท่ามกลางบรรยากาศสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กองทัพของฮิตเลอร์กำลังครองอำนาจ และชาวยิวจำนวนมาก ถูกนำตัวเข้าไปยังค่ายกักกัน
.
หลังจากถูกจับแอนน์ แฟรงค์ และครอบครัวถูกพาตัวไปยังค่ายกักกันของนาซี
โดยแอนน์ต้องเข้าไปเผชิญกับความโหดร้ายที่ค่ายเอาชวิทซ์ที่โปแลนด์ ก่อนจะถูกส่งตัวต่อไปยังค่ายอีกแห่งในเยอรมนี โดยเธอเสียชีวิตลงที่นั่นด้วยวัยเพียง 15 ปี
.
กาลเวลาผ่านไป หลาย ๆ คนยังคงสงสัยว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงมารู้ข้อมูล
ที่ซ่อนตัวของแอนน์ แฟรงค์ และครอบครัว รวมถึงชาวยิวคนอื่นๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในที่เดียวกันได้? หนึ่งในทฤษฏีคือ มีใครบางคนแอบเอาข้อมูลนี้ไปบอกกับนาซี แต่คำถามต่อมาคือ แล้วใครกันล่ะที่ทำแบบนั้น?
.
อดีตเอฟบีไอ Vincent Pankoke ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะตามหาคนที่หักหลังแอนน์ แฟรงค์
เขาได้สร้างทีมพิเศษขึ้นมาเพื่อทำภารกิจนี้ ทีมนี้มีทั้งนักนิติวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบค้นข้อมูลมากมาย โดยมี AI และอัลกอริทึม เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น หลักฐานชั้นต้น เอกสาร งานเขียน จดหมายมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
.
Pankoke ใช้เวลาวิเคราะห์หลายปี จนสร้าง Big Data เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาได้
มันคือการทำงานร่วมกันระหว่าง มนุษย์จริง ๆ ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ กับ เทคโนโลยี จนในที่สุด
ทีมของเขาก็สามารถหาตัวผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง ที่เป็นคนหักหลังแอนน์ แฟรงค์ ได้สำเร็จ
.
คน ๆ นั้นคือ (อาร์โนลด์ ฟาน เด็น เบิร์กห์ Arnold Van Den Bergh) ชาวยิว และเป็นหนึ่งในสมาชิกสภา
ชาวยิวในกรุงอัมสเตอร์ดัม โดยเขาน่าจะเป็นคนที่ส่งข้อมูลที่ซ่อนตัวของแอนน์ แฟรงค์ และชาวยิวคนอื่นๆ ให้กับตำรวจ
.
จากการวิเคราะห์ข้อมูล จำนวนมหาศาล ทีมงานของ Pankoke พบว่า Van Den Bergh รู้ข้อมูลการซ่อนตัว
ของชาวยิวคนอื่น ๆ อยู่แล้ว และเขายอมคายข้อมูลนี้ ให้กับตำรวจ เพื่อที่จะแลกกับ ‘ความปลอดภัย’ ของเขาและครอบครัว ที่จะไม่ต้องถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันเหมือนชาวยิวคนอื่นๆ
.
หนึ่งในข้อยืนยันคือ ทีมงานของ Pankoke พบว่า van den Bergh เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มนี้เท่านั้น ที่ไม่ถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกัน และเขายังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติเรื่อยมา
.
“เขาจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่สำคัญกับนาซี เพื่อที่ว่าตัวเขาและภรรยาจะได้อยู่รอดปลอดภัย” Pankoke อธิบาย
.
นอกจากนี้ ทีมงานยังได้พบเอกสาร ที่เป็นกระดาษข้อความ ส่งไปยัง
(‘ออตโต้ แฟรงค์’ ‘Otto Frank’) (“พ่อของแอนน์ แฟรงค์”) ว่า “Van Den Bergh” นี่แหละคือ คนหักหลังตัวจริงเสียงจริงอย่างชัดเจน
แต่ออตโต้ก็ไม่เลือกที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป
.
van den Bergh ไม่ได้เป็นเพียงแค่สมาชิก สภาชาวยิวในอัมสเตอร์ดัม แต่เขายังทำงานใกล้ชิด
กับทนายความมากมายในเมือง ซึ่งนำไปสู่ข้อวิเคราะห์ว่า van den Bergh มีคอนเนคชั่นที่ดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ และรู้ทางหนีทีไล่ในสถานการณ์วิกฤตอยู่พอสมควร
.
ด้าน อันเนอ ฟรังค์ เฮ้าส์ มิวเซียม Anne Frank House museum ในฐานะองค์กร
ที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ แอนน์ แฟรงค์
อย่างเป็นทางการ ได้ให้ความเห็นต่อการค้นพบนี้ว่า นี่คือข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ และน่าจะนำไปสู่การศึกษาเพิ่มเติมต่อในอนาคต

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด ข่าวแอนน์ แฟรงค์  น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> markomimica

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น