• สิงหาคม 19, 2021

ก้าวแรก

ก้าวแรก

“ก้าวแรก” ไปให้ถึง “ห้าแสนแรก” ต้องทำอะไรบ้าง

ขยับก้าวแรก ไปให้ถึงห้าแสนแรก ต้องเริ่มจากปรับพื้นฐานที่ถูกต้อง สิ่งที่ควรรู้ในการปรับพื้นฐานให้พร้อมสู่การก้าว มีดังนี้

รู้ว่าตัวเองกำลังมีนิสัย “ค่าใช้จ่ายดีหรือค่าใช้จ่ายเสีย” แค่ก้าวขาออกจากบ้าน ทุกคนล้วนมี “ค่าใช้จ่าย” เกิดขึ้นทันที ค่าใช้จ่ายที่ว่านี้จะเริ่มต้นจากสิ่งจำเป็นจริง ๆ เช่น ค่าเดินทาง อาหารการกิน ฯลฯ แบบนี้แทบทุกวัน พอได้เริ่มใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ จะพบว่า ค่าใช้จ่ายกลับเหมือนเงาตามตัว เสื้อผ้าที่จำเป็นต้องมีแบรนด์ ทำให้ราคาสูงขึ้นมา, อาหารการกินต้องรสชาติดีพอ ร้านที่ไปบรรยากาศต้องดีมีระดับ สิ่งเหล่านี้เลยทำให้มองยากขึ้นจนแยกไม่ออกว่า ว่าอันไหนจำเป็นจริง ๆ อันไหนไม่จำเป็น เพราะเสื้อผ้าแบรนด์ที่แพง แต่ถ้าใส่ดูดีก็ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้า มีโอกาสโตทางการงานได้ ดังนั้นวิธีแบ่งค่าใช้จ่าย จึงควรแบ่งเป็น 2 แบบ คือ “ค่าใช้จ่ายดี” หรือ “ค่าใช้จ่ายเสีย” ค่าใช้จ่ายดี คือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยสร้างมูลค่าทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เราได้ และเห็นผลแบบจับต้องได้ มีโอกาสได้ใช้แบบจริงจัง ค่าใช้จ่ายเสีย คือค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น มูลค่าเพิ่มเพียงนิดหน่อยทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่ค่อยเห็นผลที่จับต้องแบบต่อยอดได้ เช่น เมื่อเห็นสูทหรือเดรสในร้าน ราคา 5,000 บาท มีโอกาสใช้ใส่ไปงานสำคัญ นั้นคือค่าใช้จ่ายดี แต่ถ้าซื้อมาใส่เล่น ๆ ไม่ได้จำเป็นต้องแต่งขนาดนี้ นั้นคือค่าใช้จ่ายเสียทันที หรือไปกินอาหารราคาแพงแต่ได้ประสบการณ์ใหม่ และอยู่ในรายการที่คิดมาแล้วว่าใช้จ่ายแพงได้ ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายดี แต่ถ้าไปกินตามอารมณ์เพราะอยาก ทั้ง ๆ ที่รายจ่ายเกินแล้วเดือนนี้ นั้นคือค่าใช้จ่ายเสียทันที พยายามลดค่าใช้จ่ายเสีย “สัดส่วนค่าใช้จ่ายสูงสุดต่อเดือนจะต้องไม่เกิน 90% ของเงินเดือน” แล้วจะมีเงินที่นำไปใช้ต่อมูลค่าอื่น ๆ ได้

ตอนนี้วางเงินไว้ที่ไหน วางผิดเงินลด วางถูกมีแต่เพิ่ม นิยามของเงิน คือการแลกเปลี่ยน ซึ่งการแลกเปลี่ยนจะคุ้มค่าหรือได้กำไร ต้องดูที่ “จุดแลกเปลี่ยน” เช่น คุณนำเงินไปวางออมไว้ในธนาคาร ก็อาจจะได้ดอกเบี้ย 1-2% แต่ถ้าเอาไปวางในหุ้น ก็ได้ 5-10% และถ้าเอาไปต่อยอดทำกิจการของตัวเองต่อ ก็มีโอกาสได้มากขึ้นขึ้นชื่อว่า “การแลกเปลี่ยน” ก็ต้องมีความเสี่ยง วิธีวางแบบถูกต้องต้องถูกจังหวะ และถูกวิธีการถ้าใส่ในบัญชีไว้เฉย ๆ ก็ต้องศึกษาว่าอาจเสียโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่เยอะกว่านี้ถ้าเล่นหุ้นก็ต้องศึกษาว่าเสี่ยงมีโอกาสที่จะติดลบ ติดดอย เงินต้นเสียหายถ้าทำธุรกิจก็เสี่ยงที่จะทำแล้วเจ๊ง หรือทำยังไงให้ได้กำไร เป็นต้น วิธีจัดการความเสี่ยงหรือ ก้าวแรก คือตั้งเป้าหมาย ว่าหากมันลด เรารับความเสี่ยงได้เท่าไหร่ หากมันเพิ่ม เพิ่มได้เท่าไรถึงพอใจ ต้องตั้งรอไว้แล้วจะไม่หลงทาง และมีโอกาสสำเร็จมากกว่าคนที่ วางเงินแบบไม่คิดอะไร

“ก้าวแรก” ไปให้ถึง “ห้าแสนแรก” สิ่งที่ต้องคำนึงถึง

เงินนั้นเกี่ยวกับอารมณ์ “ปิดความเสี่ยง” คือจุดเริ่มต้นหรือ ก้าวแรก ที่เศรษฐีทุกคนมีเหมือนกันหากคุณได้ปรึกษากับนักการเงิน นักลงทุนที่เก่ง ๆ ทุกคน ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จุดเริ่มต้นนั้น “ต้องปิดความเสี่ยงพื้นฐานของคุณซะก่อน” ความเสี่ยงพื้นฐาน คือ สิ่งที่ไม่คาดคิด คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร เช่นอุบัติเหตุ, โรคร้ายแรงต่าง ๆ , การต้องออกจากงานแบบไม่ทันตั้งตัว ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือความเสี่ยงพื้นฐานที่จะกระทบกับอารมณ์และร่างกายคุณโดยตรง หากคุณกำลังไต่ระดับการทำเงิน การลงทุนที่ได้ผลอยู่แล้ว ดันเจอความเสี่ยงพวกนี้โดยที่คุณไม่ได้คาดคิดมาก่อน สิ่งนั้นส่งผลกระทบต่ออารมณ์คุณแน่ ๆ ที่เกิดอารมณ์แปรปรวน สับสน จนส่งผลต่อผลทางการเงินที่คุณสร้างมาทั้งหมด ดังนั้น ปิดกั้นทุกความเสี่ยง ทำประกัน มีเงินฉุกเฉิน จัดเงินแต่ละส่วน โดยเงินเก็บสำรองฉุกเฉินนั้น แบ่งเก็บตามจำนวน 3-6 เดือนของรายจ่ายต่อเดือน เช่น ค่าใช้ที่จำเป็นต่อเดือนอยู่ที่ 22,500 บาท จะต้องมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินประมาณ 67,500-135,000 บาท

*ไม่จำเป็นต้องเก็บมากกว่า 6 เดือน เป็นต้น ให้ศึกษาการวางแผนการเงินในทุกส่วน ทุกวิธีนี้จะเป็นพื้นฐานช่วยให้คุณเติบโตทางการเงินและเข้าสู่การเป็นคนที่มั่งคั่ง ทั้งทางอารมณ์และทางการเงินได้ในที่สุด

ธรรมชาติของเงิน ที่เพิ่มมูลค่าได้ต้องเคลื่อนไหว ให้เกิดการแลกเปลี่ยน สิ่งนี้เรียกว่า “การลงทุน” จากประสบการณ์การทำรายได้และการลงทุน ที่ผ่านมาค้นพบว่า สิ่งที่เงินต่อเงินหรือเงินดูดเงินได้ นั้นเริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนนั้น ยิ่งหมุนเงินเก่ง ยิ่งเคลื่อนไหวเงินเก่งแบบเอาไปอยู่ในจุดแลกเปลี่ยนได้ดีเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้มากเท่านั้น เช่น การเล่นหุ้น จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้ซื้อหุ้น แต่คุณนำเงินไปแลกเปลี่ยนช่วงเวลาของการดำเนินการของบริษัทนั้น ๆ เมื่อบริษัทนั้น ๆ เอาเงินของคุณไปลงทุนแลกเปลี่ยนได้กำไรกลับมาแล้ว ก็เกิดเป็นเงินที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มเป็นมูลค่า หรือแบ่งปันกำไรจนมาถึงคุณในที่สุด ธรรมชาติการเคลื่อนไหวของเงิน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนนั้นเรียกว่า “การลงทุน” ยิ่งแลกเปลี่ยนเก่ง เคลื่อนไหวถูกจังหวะ ก็ยิ่งแสดงว่าลงทุนเก่ง พยายามมองหาการเคลื่อนไหวและแลกเปลี่ยน แล้วจะเข้าใจกลไกในการลงทุนของทรัพย์สินแบบต่าง ๆ จนหาทางเพิ่มมูลค่าได้แบบเงินดูดเงิน

“ก้าวแรก” ไปให้ถึง “ห้าแสนแรก” ต้องทำอะไรบ้าง

สุดท้ายแล้ว การเลือกลงทุนตามสไตล์ของผู้ลงทุนนั้น ก้าวแรก นั้น จะต้องมีกูรู หนังสือ และผู้เชี่ยวชาญได้แชร์เทคนิค ให้คำแนะนำ และยังมีเพื่อนร่วมทางเดิน สายการลงทุนนี้ให้ข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้การลงทุนนั้นย่อมมีความเสี่ยง โปรดศึกษาการลงทุนให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งและคิดให้รอบคอบที่สุด

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวก้าวแรก น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> markomimica

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *